ยืมเงินด่วนโอนเข้าบัญชี

บริการยืมเงินด่วนโอนเข้าบัญชีใน 30 นาที บริการดีได้เงินทันใช้จริง

เมื่อคุณต้องเผชิญปัญหาทางการเงิน ต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน แต่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อและแหล่งเงินกู้ใด ๆได้ ก็คงจะทำให้คุณรู้สึกกลุ้มใจและรู้สึกกดดันอยู่ไม่น้อย ครั้งนี้จึงอยากมากระซิบให้คุณทราบ เพราะไปเจอคำแนะนำทางออกเรื่องเงินด่วนนี้จาก isaanbizweek ว่าขณะนี้มีบริการยืมเงินด่วนโอนเข้าบัญชีภายใน 30 นาทีผ่านระบบออนไลน์ให้บริการ บริการนี้เป็นอย่างไรมาติดตามกัน

ทางออกใหม่ของเรื่องสินเชื่อส่วนบุคคล

เป็นปัญหากันมาเนิ่นนานสำหรับเรื่องของการขอสินเชื่อส่วนบุคคลกับสถาบันการเงิน บางคนต้องการใช้เงินด่วน แต่กว่าจะผ่านอนุมัติจากทางธนาคารบางทีก็ไม่ทันการณ์ ทำให้หลายคนต้องทนทุกข์อยู่กับปัญหาเงินขาดมือและตัดสินใจแก้ปัญหาโดยการไปกู้นอกระบบ ซึ่งตรงนั้นอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหม่ที่อาจแย่ยิ่งกว่า

ข้อมูลจาก isaanbizweek ได้ให้คำแนะนำในเรื่องนี้ไว้ว่า ปัจจุบันมีบริการเรื่องสินเชื่อส่วนบุคคลแบบใหม่ ที่อนุมัติสินเชื่อได้ไว เข้าถึงง่าย ใช้หลักฐานในการสมัครไม่มาก เมื่ออนุมัติวงเงินแล้วก็จะโอนเงินเข้าบัญชีให้เลย เรียกว่าเป็นการยืมเงินด่วนโอนเข้าบัญชีแบบที่คุณจะได้รับความสะดวกมากที่สุด

บริการสินเชื่อส่วนบุคคลแบบนี้จะเป็นการยืมเงินผ่านระบบออนไลน์ โดยในขณะนี้ก็มีการพัฒนาออกมาเป็นแบบแอปพลิเคชันบนมือถือด้วย ที่เราจะรู้จักกันในนามแอพยืมเงินด่วน 30 นาที ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ หากหลักฐานข้อมูลที่คุณยื่นไปเพื่อใช้ในการอนุมัติถูกต้องและไม่มีปัญหาใด ๆ ไม่ติดเงื่อนไขใด ๆ ทางผู้ให้บริการก็จะทำการโอนเงินเข้าบัญชีของคุณภายใน 30 นาทีจริง ๆ นับว่านี่เป็นทางออกใหม่ของเรื่องการกู้สินเชื่อเลยทีเดียว

หลักฐานใดบ้างที่ต้องใช้กับแอพยืมเงินด่วน 30 นาที

การยืมเงินด่วนผ่านช่องทางออนไลน์บนมือถือนั้น จริง ๆ แล้วกระบวนการก็จะเหมือนกับการขอกู้สินเชื่อส่วนบุคคลทั่วไป คือ จะต้องมีการขอหลักฐานยืนยันตัวตนของผู้กู้ แต่ที่จะพิเศษและแตกต่างกว่าก็คือ ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลแบบออนไลน์บางราย อนุญาตให้ผู้ขอกู้ไม่จำเป็นต้องยื่นสลิปเงินเดือน แต่ให้ใช้หลักฐานข้อมูลทางเลือกอื่น ๆ เพื่อมาใช้ยืนยันตัวตนแทนได้ เช่น บิลและใบเสร็จค่าน้ำ ค่าไฟ หรือใบเสร็จการใช้จ่ายออนไลน์ เป็นต้น

การเปิดให้ผู้กู้ใช้หลักฐานข้อมูลที่เป็นทางเลือกเหล่านี้ ก็เพื่อเป็นการเปิดทางให้ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ หรือผู้ที่ทำการค้าเป็นพ่อค้าแม่ค้าทั่วไปที่ไม่ได้มีเงินเดือนสามารถที่จะเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ง่ายขึ้น ตรงนี้ก็เสมือนเป็นการเปิดทางให้กับผู้ไม่ได้มีงานประจำสามารถที่จะมีทางออกเรื่องการเงินได้ แต่สิ่งที่จะต้องทราบไว้อีกอย่างก็คือ จำนวนวงเงินที่ผู้ให้บริการเหล่านี้จะอนุมัติให้

ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลแบบนี้ มักจะกำหนดวงเงินกู้ออนไลน์สูงสุดอยู่ที่ไม่เกิน 20,000 บาท/คน และกำหนดระยะเวลาผ่อนชำระคืนอยู่ที่ไม่เกิน 6 เดือนเท่านั้น ซึ่งถ้าใครต้องการวงเงินที่สูงกว่านี้ก็คงต้องดูเรื่องของสินเชื่อส่วนบุคคลแบบอื่นที่น่าจะตอบโจทย์ได้มากกว่า

จะเห็นว่าการกู้เงินออนไลน์หรือการใช้บริการยืมเงินด่วนโอนเข้าบัญชีแบบนี้ เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเงินแบบเร่งด่วนและฉุกเฉิน อย่างคนที่ต้องการซ่อมรถกะทันหัน ซ่อมบ้าน จ่ายค่าเทอมลูก หรือเจ็บป่วย ต้องการเงินอีกบางส่วนมาช่วยเพื่อให้เพียงพอ บริการแบบนี้ถือว่าตอบโจทย์มากทีเดียว นี่แหละสิ่งที่เราอยากจะมากระซิบให้ทุกคนที่กำลังต้องการเงินด่วนได้ทราบกัน

สมัครบัตรกดเงินสด

บัตรกดเงินสด vs บัตรเครดิต ต่างกันอย่างไร

ใครหลายคนคงชินกับการผ่อนของ จ่ายค่างวด จ่ายตั๋วคอนเสิร์ต ทุกการใช้จ่ายต้องมีเกินครึ่งที่ใช้บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด เพราะด้วยความเหมือนกันเป็นอย่างมาก จะหยิบบัตรเครดิตมาใช้หรือบัตรกดเงินสดมาผ่อนของ ก็เหมือนกันจนหยิบผิดหยิบถูก

          สถาบันการเงินหรือธนาคารบางแห่ง ก็ยังมีบัตรทั้ง 2 แบบมาให้เลือกใช้ จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดได้ว่า ผ่อนของเหมือนกัน จ่ายค่างวดได้เหมือนกันก็จบ ไม่เห็นความสำคัญ หรือความแตกต่างกันสักเท่าไหร่ วันนี้เลยพามาชวนมาเปรียบเทียบ ชวนดูความแตกต่างระหว่าง ‘บัตรกดเงินสด’กับ‘บัตรเครดิต’ ว่าแต่ละบัตรเหมือนหรือแตกต่างกันตรงไหนบ้าง

สมัครง่าย อนุมัติไว ไม่ต้องมีคนค้ำ

         บอกได้เลยว่าเป็นข้อดีที่เหมือนกัน และที่สำคัญสมัครง่าย เตรียมเอกสารครบ ก็มีคนมารับเอกสาร หรือบางที่ก็ส่งเอกสารการสมัครผ่านระบบออนไลน์ได้เลยก็มี และรู้ผลไว ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมสมัครบัตรกดเงินสด และบัตรเครดิตเพราะสมัครได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ที่สำคัญก็คือเมื่อไม่ต้องมีคนค้ำประกัน การสมัครบัตรกดเงินสดและบัตรเครดิตก็สะดวกกว่าขอสินเชื่ออื่น ๆ อยู่หลายเท่า ถึงจะสมัครง่าย ยื่นเอกสารครบ แต่ก็ยังต้องพิจารณารายได้เข้ามาเกี่ยวข้อง

ผ่อนของ, จ่ายดอกเบี้ย, ชำระคืน

ข้อดีที่ต่างกันของบัตรกดเงินสดและบัตรเครดิต ก็ไล่ตั้งแต่วัตถุประสงค์การใช้จ่ายถึงแม้ว่าจะผ่อนของได้เหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่ ถ้าใช้บัตรเครดิตมากดเงินสด คุณอาจจะเสียค่าธรรมเนียมขั้นต่ำถึง 3% ของจำนวนที่เบิกถอนเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วอาจมีดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแพงกว่ากดเงินสดจากบัตรกดเงินสดโดยตรงเสียอีก ถ้าจำเป็นต้องใช้เงินสดก็แนะนำว่ากดเงินสดจากบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสจะคุ้มกว่า

พอหันกลับมามองเรื่องการคำนวนดอกเบี้ยระหว่างบัตรกดเงินสดและบัตรเครดิต เป็นธรรมดาที่หลายสถาบันในปัจจุบันต้องออกโปรโมชั่นดึงดูดเพื่อให้คนสมัครบัตร อย่างบัตรแต่ละใบสามารถผ่อนของที่ร่วมรายการได้ 0% ได้ แต่ระยะเวลานั้นจะแตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่บัตรเครดิตจะผ่อน 0% ได้ประมาณ 10 เดือน แต่บัตรกดเงินสด ส่วนใหญ่สินค้าที่ร่วมรายการมักผ่อน 0% นานถึง 10-24 เดือน โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของร้านค้านั้น ๆ ด้วย

แต่ถ้าหากไม่ได้ผ่อนของบัตรเครดิตจะมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย ซึ่งบัตรกดเงินสดไม่มี ทำให้บัตรกดเงินสดเมื่อกดเงินสดส่วนใหญ่ก็จะคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน เมื่อชำระคืนก็อาจจ่ายดอกเบี้ยต่างกันได้ เพราะบัตรกดเงินสด สามารถชำระคืนขั้นต่ำ 3% ของยอดคงค้างหรือไม่น้อยกว่าจำนวนเงินที่กำหนด แต่บัตรเครดิตจะกำหนดไว้เลยว่าต้องชำระคืนขั้นต่ำ 10% ของยอดคงค้างนั่นเอง ซึ่งถ้าเป็นบัตรกดเงินสด การรีบจ่ายเงินก้อนคืนเต็มจำนวนก็จะช่วยให้เสียดอกเบี้ยน้อยลงกว่าเดิม ที่สำคัญบัตรกดเงินสด เลือกจ่ายได้ยืดหยุ่นกว่าคือ จะจ่ายขั้นต่ำ จ่ายมาก หรือจ่ายหมดได้อีกด้วย

เมื่อรู้ข้อแตกต่างระหว่างบัตรกดเงินสด กับบัตรเครดิตกันแล้ว ก็มาชั่งน้ำหนักและดูจุดประสงค์การใช้จ่ายกันดูว่า ไลฟ์สไตล์ของเราเหมาะกับบัตรแบบไหนดี ซึ่งถ้าหากเราใช้เงินไม่ผิดเงื่อนไข และชำระเงินคืนได้ตามกำหนดแล้ว ไม่ว่าบัตรกดเงินสด หรือบัตรเครดิต ก็ช่วยอำนวยความสะดวกการใช้เงิน และเป็นตัวช่วยสำคัญให้กับเราได้จริง ๆ

ถ้าหากสนใจสมัครบัตรกดเงินสด ก็ลองหาโปรโมชั่นและข้อเสนอพิเศษได้เลย อย่างบัตรกดเงินสดยูเมะพลัส ที่เมื่อสมัครและได้รับอนุมัติแล้ว ก็เลือกรับไปเลย กดเงินสด 0% นาน 30 วัน* หรือ กระเป๋า Todd 20 นิ้ว มูลค่า 4,450 บาท*

“ เลือกสินเชื่อตามสไตล์ ก็ใช้ชีวิตได้สบายยิ่งขึ้น” *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Forex vs CFD Trading

“Forex” vs “CFD Trading” คืออะไรและแตกต่างกันอย่างไร?

ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ไม่เว้นแม้กระทั่งการเทรด Forex เช่นกัน ซึ่งการจะลงทุนเทรด Forex ให้ได้กำไรและประสบความสำเร็จนั้น เทรดเดอร์จะต้องมีประสบการณ์และคิดให้รอบคอบทุกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน อีกทั้งยังต้องเข้าใจและรู้ว่าการเทรด Forex คืออะไร? โบรกเกอร์ Forex ที่ดีสุดคือโบรกเกอร์ไหน? เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงหลักการวิธีการเทรดที่ถูกต้อง เพื่อให้การลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพมากที่สุด สำหรับใครที่ยังสับสนมาลองทำความเข้าใจไปพร้อมกันเลย

Forex คืออะไรและโบรกเกอร์ Forex ที่ดีสุดคือโบรกเกอร์ไหน?

หลายคนคงสงสัยกันไม่มากก็น้อยว่า Forex คืออะไร และการจะเทรด Forex ให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องใช้โบรกเกอร์ Forex ที่ดีสุดตัวไหน หากจะให้กล่าวง่าย ๆ Forex ก็เปรียบเสมือนตลาดสำหรับลงทุนซื้อขายคู่สกุลเงินต่างประเทศเพื่อเก็งกำไร โดยหลักการซื้อขาย Forex นั้น คุณจะได้กำไรหรือขาดทุนก็มาจากความผันแปรและส่วนต่างระหว่างคู่สกุลเงินที่คุณลงทุนนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การซื้อขาย Forex เพื่อเก็งกำไรไม่ได้ทำได้ง่าย ๆ เพราะนอกจากคุณจะต้องคิดวิเคราะห์ข่าวสารทั่วโลกที่สามารถส่งผลกระทบต่อคู่สกุลเงินและคาดการณ์ว่าสกุลเงินจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดแล้ว คุณยังต้องเลือกใช้โบรกเกอร์ Forex ที่ดีสุดเพื่อช่วยเทรดเดอร์ประหยัดต้นทุนในการลงทุนด้วย ซึ่งวิธีการเลือกโบรกเกอร์นั้นเราขอแนะนำให้คุณเลือกโบรกเกอร์ที่ใช้งานง่าย และมีตัวชี้วัดเพื่อช่วยวิเคราะห์ตลาดจะเหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่เป็นอย่างมาก เช่น IQ Option Olymp Trade และ Binomo เป็นต้น

Forex และ CFD Trading แตกต่างกันอย่างไร?

จากที่กล่าวไว้ข้างต้น เชื่อว่าใครหลายคนคงรู้กันแล้วว่าวิธีการเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่ดีสุด เพื่อให้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ควรเลือกจากฟังก์ชันอะไรบ้าง ที่นี่มาทำความเข้าใจกันต่อถึงข้อแตกต่างระหว่าง Forex และ CFD Trading เพื่อที่คุณจะได้เลือกโบรเกอร์ Forex ที่ดีสุดได้อย่างเหมาะสม ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว ข้อแตกต่างหลัก ๆ ระหว่างการซื้อขาย Forex และ CFD Trading จะแตกต่างกันที่ประเภทสัญญาที่เกี่ยวข้องกัน โดย CFD Trading จะมีความหลากหลายและครอบคลุมตลาดเป็นวงกว้างมากกว่า โดยสามารถซื้อขายหุ้นส่วน สินค้าเครื่องอุปโภคและบริโภค ดัชนี พลังงาน โลหะ และรวมถึงคู่สกุลเงินด้วย ในขณะที่การซื้อขาย Forex จะเป็นการซื้อขายเฉพาะสัญญาประเภทสกุลเงินเพียงอย่างเดียว เทียบระหว่างสกุลเงินหนึ่งกับอีกสกุลเงินหนึ่งเท่านั้น ด้วยสาเหตุนี้การเลือกโบรกเกอร์สำหรับการลงทุน เทรดเดอร์จึงควรพิจารณาโดยคำนึงถึงฟังก์ชันและปัจจัยเหล่านี้ด้วย เนื่องจากโบรกเกอร์ Forex ที่ดีสุด อาจจะไม่ใช่โบรกเกอร์ที่เหมาะสมสำหรับลงทุน CFD Trading ก็เป็นได้

ฉะนั้นหากใครที่กำลังวางแผนซื้อขาย Forex และ CFD Trading เราขอแนะนำให้คุณศึกษาข้อมูลให้ละเอียด รวมถึงโบรกเกอร์ Forex ที่ดีสุดคือตัวไหน โบรกเกอร์สำหรับเทรด CFD Trading ที่ดีคือตัวไหน เพื่อที่คุณจะได้มั่นใจว่าการซื้อขายสกุลเงินเป็นไปตามความต้องการของคุณได้อย่างแท้จริง

การเปิดบัญชีการซื้อขายจริงกับเว็บเทรด

การหารายได้โดยการเปิดบัญชีการซื้อขายจริงกับเว็บเทรด

          ในปัจจุบันการหารายได้นั้นไม่ได้จำกัดเพียงแค่การทำงานตามหน่วยงานต่างๆอีกต่อไป แต่ยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถทำเงินได้ ยิ่งในยุคที่แทบทุกอย่างสามารถจัดการได้ง่ายขึ้นผ่านอินเตอร์เน็ต การทำรายได้โดยช่องทางเหล่านี้จึงมีเพิ่มมากขึ้นและหลายคนเองก็เลือกที่จะใช้วิธีนี้ในการหารายได้ เช่นการเลือกซื้อหุ้นเก็งกำไร การซื้อโดเมนเว็บไซต์ การถ่ายรูปแล้วลงขายในเว็บไซต์ การเขียนนิยายลงขายแบบ e-book หรืออีกวิธีที่ได้รับความนิยมและสามารถสร้างรายได้ได้จริงอย่างการเปิดบัญชีการซื้อขายจริงกับเว็บเทรดหรือก็คือการลงทุนกับฟอเร็กซ์ ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถหาเงินได้ค่อนข้างรวดเร็วกว่าวิธีอื่นๆ แต่ความเสี่ยงก็ค่อนข้างสูงตามไปด้วยเช่นกัน

          การเปิดบัญชีซื้อขายจริงกับเว็บเทรดต่างๆ ตามปกติแล้วผู้ที่สนใจจะลงทุนและสร้างรายได้โดยช่องทางนี้จะต้องมีความรู้และศึกษารายละเอียดของการลงทุนมาพอสมควร แต่หลายๆเว็บไซต์ที่เป็นเว็บชั้นนำและเปิดมาอย่างยาวนานก็มักจะมีบทวิจารณ์โบรกเกอร์รวมถึงมีคำแนะนำเล็กๆน้อยๆให้แก่ผู้ที่สนใจลงทุนได้ศึกษาด้วยเช่นกัน โดยการลงทุนกับฟอเร็กซ์นั้นสามารถทำเงินได้เร็ว เริ่มลงทุนได้ด้วยเงินเพียงไม่มากนัก แตกต่างกับการซื้อขายหุ้นที่วงเงินเริ่มต้นจะค่อนข้างสูงและใช้ระยะเวลาในการคืนกำไรค่อนข้างนาน การซื้อขายฟอเร็กซ์ออนไลน์นั้นสามารถทำได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ทำได้ทุกที่ เว็บเปิดให้บริการ 24 ชม. การเปิดบัญชีซื้อขายจริงสามารถทำการฝาก/ถอนเงินผ่านธนาคารต่างๆของไทยตามที่เว็บมีให้บริการได้ รายได้ที่จะได้รับกลับมาขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ลงทุนและจังหวะเวลาที่ทำการแลกเปลี่ยน

          สิ่งสำคัญที่ควรทราบในการลงทุนและเริ่มการเปิดบัญชีการซื้อขายจริงกับเว็บเทรดคือการเลือกโบรกเกอร์เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อกับตลาดการเทรดขนาดใหญ่ การเลือกโบรกเกอร์มีความสำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดเป้าหมายในการเทรด ความเหมาะสม ความสามาร รวมถึงความเสี่ยงที่จะได้รับจากการเทรด โดยมีปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาในการเลือกโบรกเกอร์ทั้งหลาย ดังนี้

  1. มีใบอนุญาตและหน่วยงานควบคุม โบรกเกอร์ที่ดีและน่าเชื่อถือควรมีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยกำกับดูแล
  2. ความปลอดภัยและการคุ้มครอง โบรกเกอร์ที่ดีควรมีการทำงานที่มีความปลอดภัยต่อเงินที่คุณลงทุนไป และสามารถตรวจสอบยอดเงินได้ การจัดการกับเงินมีความถูกต้องและปลอดภัย
  3. บริการต้นทุนต่ำ สำหรับคนที่มีเงินทุนไม่มากนักหรือยังไม่มั่นใจในการลงทุนกับฟอเร็กซ์ โบรกเกอร์ควรสามารถนำเสนอบริการในต้นทุนต่ำได้ เช่น ค่าคอมมิชชั่นต่ำ การได้เงินที่รวดเร็วกว่า มีความรวดเร็วในการดำเนินงานมากกว่า เป็นต้น

สำหรับการเทรดนั้น ในบางเว็บไซต์จะมีบัญชีเริ่มต้นสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองการเทรดให้บริการก่อนการตัดสินใจเปิดบัญชีการซื้อขายจริง ซึ่งในเว็บไซต์จะมีคู่มือและคำแนะนำในการเปิดบัญชีการซื้อขายจริงในรูปแบบต่างๆอธิบายไว้ด้วย และยังมีข่าวสารที่จะส่งผลต่อรายได้และความสามารถในการเทรดอย่างข่าวสารเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน หรือข่าวสารแนวโน้มต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเทรด เช่น ข่าวเศรษฐกิจ ดังนั้นผู้ที่การเทรดจึงควรศึกษาเรื่องเหล่านี่อยู่เสมอและอัปเดตข่าวสารให้เป็นปัจจุบันเพื่อให้สามารถทำกำไรการการเทรดให้ได้มากที่สุด

ลงทุน forex

หัวใจของการลงทุนใน forex ที่เทรดเดอร์มือใหม่ควรจะมี

ปัจจุบันการหารายได้ผ่านทางออนไลน์ ได้รับความนิยมมากขึ้น วัยรุ่นสมัยใหม่นิยมหางานที่ทำได้ง่าย และได้ผลตอบแทนดีๆ หนึ่งในนั้นก็คือการลงทุน forex เพราะเพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์ ก็สามารถที่จะเข้ามาลงทุนใน forex ได้แล้ว ถ้าหากมีการศึกษาที่ดีและมีการเริ่มต้นที่ถูกวิธี การหารายได้กับฟอร์เร็กซ์ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร

สำหรับผู้ที่ต้องการอยากจะเข้ามาลงทุนกับ forex แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร จะไปต่อย่างไรดี เพราะจับทางไม่ถูก บทความนี้จะกล่าวถึงวิธีการที่จะช่วยแนะนำทางให้คุณได้ทราบเกี่ยวกับฟอร์เร็กซ์ เป็นการทำความเข้าใจก่อน เพื่อจะเข้าสู่สนามการลงทุนที่แท้จริง มีอะไรบข้างที่เราควรจะรู้

1.Forex ไม่สามารถทำให้คุณรวยขึ้นในเวลาอันสั้น

พูดง่ายๆ ก็คือ การลงทุน forex ไม่ใช่วิธีการที่จะรวยทางลัดได้ หลายคนเข้าใจผิดมากเวลาที่เข้ามาลงทุนในฟอร์เร็กซ์ นั่นก็คือคิดว่าเป็นการทำให้รวยทางลัด บอกได้เลยว่าไม่ใช่ เพราะถ้า forex สามารถทำให้ทุกคนที่เข้ามารวยได้จริงๆ ก็คงมีเศรษฐีใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายแล้ว ดังนั้นให้ทำความเข้าใจก่อนว่า เส้นทางนี้ไม่ใช่ทุกคนจะรวยได้ ก็เหมือนกับการลงทุนทั่วไปนั่นแหละ

2.พรแสวงสำคัญมากกว่าพรสวรรค์

คนที่เข้ามาลงทุนใน forex ไม่จำเป็นจะต้องเทพเกี่ยวกับหุ้นหรือการลงทุนเท่านั้น หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบในการหาความรู้ใส่ตัวอยู่ตลอดเวลา แม้จะไม่ใช่คนที่เรียนมาเกี่ยวกับการลงทุนการเงินอะไรก็ตาม คุณก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จในการลงทุน forex ได้เช่นกัน ดังนั้นพยายามฝึกเทคนิคต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการลงทุนให้มีความชำนาญ แล้วผลตอบแทนมันจะมาเอง

3.อย่ายืมจมูกคนอื่นหายใจ

การเทรด forex ในปัจจุบันไม่จำเป็นจะต้องมานั่งเกรดเองทั้งหมด  มีหลายคนที่ต้องการอยากจะสบายมากขึ้นนั่นก็คือฝากให้คนอื่นเทรดให้ โดยคิดว่าเขาเหล่านั้นจะสามารถสร้างเงินให้กับเราได้ แต่ขอบอกเอาไว้เลยว่าเป็นไปได้ยาก ถึงแม้จะทำได้จริง ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำให้เราตลอดไปได้ ดังนั้นให้ลงมือทำเองดีกว่า การยืมจมูกคนอื่นหายใจ ยังไงก็ไม่เวิร์คแน่นอน และถ้าวันหนึ่งเขาเลิกทำขึ้นแล้วเรายังเทรดเองไม่เป็น ตอนนั้นแหละปัญหาจะตามมาทันที

ปัญหาใหญ่อีกข้อหนึ่งที่เมื่อฝากคนอื่นเทรดให้ก็คือ เสี่ยงที่จะโดนโกงได้ง่าย เพราะไม่รู้เลยว่าแต่ละคนโปรไฟล์เป็นอย่างไร บางคนได้เงินค่าจ้างแล้วก็เชิดหนีหน้าตาเฉย แบบนี้มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ

4.เป็นคนใฝ่รู้

คนที่ประสบความสำเร็จในการลงทุน forex ส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่แสวงหาความรู้และเทคนิคต่างๆ เกี่ยวกับ forex อยู่เสมอ และสิ่งนี้ก็จะเป็นตัวผลักดันให้คุณก้าวไปสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพด้วย

คนที่เป็นนักลงทุนมือใหม่ ก็อยากจะให้ทำความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ไว้ จะได้ไม่เข้าใจอะไรผิดและไปเลือกเริ่มต้นแบบผิดๆ ถ้าเข้าใจวิธีการที่ควรทำและควรเลี่ยงก่อนในขั้นแรก การเริ่มต้นใน forex ก็จะง่ายขึ้น